แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
ใบกำกับการขนส่งขยะอันตราย (แบบ กนอ.ขอ.03)
ใบกำกับการขนส่งขยะมูลฝอย (แบบ กนอ.ขฝ.03)
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 

การบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในงานก่อสร้าง
บทความทั่วไป : อัพเดทเมื่ออังคาร ที่ 20 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555 เข้าชม : 1403
การบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในงานก่อสร้าง
 
  การบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในงานก่อสร้าง  
 

ในการพัฒนาประเทศหรือการพัฒนาอุตสาหกรรม การก่อสร้างเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง  โดยมีการนำเทคโนโลยี่ที่ทันสมัยมาใช้กันมากขึ้น  ในขณะที่ภาครัฐและภาคเอกชนยังขาดความตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้าง  เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุอยู่อย่างสม่ำเสมอและตลอดมา  ดังสถิติการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน  โดยเฉพาะในงานก่อสร้างของกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม ในช่วงปี 2549 มีอุบัติเหตุในงานก่อสร้างสูงถึง 20,201 ราย มีผู้เสียชีวิต 132 ราย ในรอบ 9 เดือนของปี 2550 ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน มีอุบัติเหตุในงานก่อสร้างถึงขั้นร้ายแรงประมาณ 20 ราย มีลูกจ้างเสียชีวิตจำนวน 14 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีกจำนวน 26 ราย นับเป็นอุบัติเหตุจากการทำงานที่ค่อนข้างสูงและรุนแรง จากสถิติดังกล่าวแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างได้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน  ซึ่งมีผลกระทบต่อนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นทุกปี  ทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และทรัพยากรบุคคล ขวัญกำลังใจในการทำงาน  ในรอบหลายปีที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนเงินทดแทนต้องจ่ายค่าแทดแทนไปกว่า 1,400 ล้านบาท  บางครั้งทำให้เกิดการหยุดชะงักของการก่อสร้าง  ซึ่งผลเสียกระทบต่อประเทศในที่สุด

 

การเกิดอุบัติเหตุในงานก่อสร้าง  ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เกิดจากสาเหตุซึ่งมี 3 ลักษณะ ได้แก่

สาเหตุที่เกิดจากความผิดพลาดของการจัดการ  ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญ เช่น การวางแผนดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย ไม่ดีพอ  ไม่มีการบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย ไม่ติดตามผลการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ 

ลักษณะที่สอง เกิดจากสภาวะทางด้านจิตใจของคนงานไม่เหมาะสม  เช่น จิตใจเลื่อนลอยขณะทำงาน

ลักษณะสุดท้ายคือ สภาพร่างกายไม่เหมาะสมกับงาน เช่น สภาพร่างกายเมื่อยล้าอ่อนเพลียแล้วมาทำงาน  จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

ลักษณะ ของอุบัติเหตุมักเกิดจากการพลัดตกจากที่สูง วัสดุตกใส่ การพังทลายของโครงสร้างชั่วคราว การใช้เครื่องมือกล เครื่องมือไฟฟ้า อย่างไม่ถูกต้อง  นอกจากนี้ สิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ผู้ทำงานก่อสร้างต้องพบกับสภาพแวดล้อมที่ไม่พึงประสงค์  เช่น เสียงดัง แสงที่จ้าหรือมัวเกินไป ความสั่นสะเทือน ฝุ่นละออง ควัน กลิ่น เป็นต้น

การ ลดอุบัติเหตุในงานก่อสร้างจะต้องมีบุคคลหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องให้ความ สนใจ และร่วมดำเนินการเริ่ม ตั้งแต่เจ้าของโครงการ จะต้องมีการกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการป้องกัน และควบคุมอุบัติเหตุในการทำงานก่อสร้างโดยมีรายละเอียด และวิธีการปฏิบัติอย่างชัดเจน  ต่อ มาคือ ที่ปรึกษาโครงการ คือผู้ที่ช่วยให้คำปรึกษาต่อเจ้าของโครงการ รวมทั้งการตรวจสอบปรับปรุงแผนความปลอดภัย สำหรับความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง  สำหรับผู้ออกแบบที่ต้องปฏิบัติตามสิ่งที่เจ้าของโครงการต้องการ  การออกแบบจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยให้ชัดเจน  เพื่อให้ผู้รับเหมาปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง  ในส่วนของผู้ก่อสร้าง คือ ผู้ที่สำคัญที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด  รวมทั้งผู้รับเหมาช่วงด้วย

การ บริหารงานความปลอดภัยในงานก่อสร้างเพื่อลดและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ผู้บริหารโครงการก่อสร้างจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบใน การบริหารจัดการความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง  โดยใช้ปัจจัยการบริหารหลัก 4 ประการ ได้แก่ เงินทุน คน เครื่องทุ่นแรง และวัสดุอุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการบริหารความปลอดภัยให้เกิดเป็นรูปธรรมและเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลสูงสุด  การบริหารความ ปลอดภัยเพื่อลดอันตรายในกิจการก่อสร้าง ผู้บริหารระดับสูงจะต้องเป็นผู้นำและเป็นผู้ริเริ่มในการกำหนดนโยบายและความ รับผิดชอบด้านควมปลอดภัยในการทำงาน  รวมทั้งการดูแลให้มีการปฏิบัติหรือดำเนินการตามนโยบายอย่างต่อเนื่อง  เมื่อ มีนโยบายก็จะต้องมีการมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยใน การทำงานแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับ เช่น เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ผู้ควบคุมงาน หัวหน้างาน ผู้จัดการความปลอดภัย รวมทั้งคณะกรรมการความปลอดภัยในการทำงาน  จะต้องมีระบบการดูแลเกี่ยวกับสภาพการทำงานที่ปลอดภัย เช่น จัดให้มีการตรววจความปลอดภัย การตรวจและซ่อมบำรุง  การ จัดให้มีการฝึกอบรมความปลอดภัยสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น พนักงาน ผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชา ผู้คุมงาน จัดให้มีการบันทึกการสอบสวน และวิเคราะห์การเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้มีการแก้ไขป้องกัน  การจัดปฐมพยาบาล และการดูแลทางการแพทย์  สุดท้ายก็ต้องมีการรณรงค์เพื่อจูงใจ        เพื่อให้พนักงานทุกคนเกิดความรับผิดชอบในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานร่วมกัน

                ในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัย ควรมีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยเสริมขึ้นอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น  การจัดนิทรรศการ การจัดบรรยายพิเศษ  การสนทนาความปลอดภัย การประกวดคำขวัญความปลอดภัย  การประกวดภาพโปสเตอร์เกี่ยวกับกิจกรรมความปลอดภัย  การประกวดรายงานสภาพงานที่ไม่ปลอดภัย การทำกิจกรรม 5 ส. การตอบปัญหา การเขียนบทความ การรณรงค์ลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ด้วยกิจกรรม KYT เป็นต้น

ตัวช่วยที่สำคัญที่จะทำให้กิจกรรมด้านความปลอดภัยในการทำงานมีประสิทธิภาพ ก็คือ ผู้บริหารจะต้องให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง  เป็นผู้นำ ให้งบประมาณ มีการตั้งเป้าหมาย ติดตามประเมินผลงานประจำปี  โดยให้คะแนนความปลอดภัยในการทำงานเป็นส่วนประกอบสำคัญของพนักงานทุกระดับ  ซึ่งจะมีผลต่ออนาคตของพนักงานด้วย

            ภาครัฐได้กำหนดกฎเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อกำหนดเป็นกฎหมายให้มีการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยแล้วเป็นจำนวนหลายฉบับ  ดัง นั้น จึงเป็นหน้าที่ของนายจ้างที่จะนำข้อกฎหมายมาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูง สุดในการป้องกันอันตรายที่จะเกิดต่อทรัพย์สินของนายจ้าง  และตัวลูกจ้างพนักงาน  ซึ่งจะช่วยให้การทำงานทำได้อย่างปลอดภัย

 

                                                            โดย......คุณมานพ  ชาญธวัชชัย

                                                                        Executive Consultant

 


 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com