วัตถุที่ใช้อยู่ทั่วไปในสถานที่ทำงานมักเรียกได้ว่าเป็นทั้งสินค้าอันตรายและวัตถุมีพิษ เราไม่ควรจะยึดติดกับชื่อที่แตกต่างกัน เพราะมักจะทำให้สับสนและยากที่จะเข้าใจ วัตถุที่ใช้ในสถานที่ทำงานสามารถแยกประเภทเป็นทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน การใช้งานให้ถูกประเภทนั้นสำคัญน้อยกว่าการควบคุมอย่างถูกวิธี
ในปี พ.ศ.2493 สหประชาชาติได้ตกลงให้มีการติดฉลากสำหรับการขนส่งสินค้าอันตราย สินค้าดังกล่าวจะมีการติดเครื่องหมายเฉพาะและหมายเลขของสหประชาชาติเพื่อให้ได้รับอนุญาตในการขนส่งอย่างปลอดภัยไปทั่วประเทศ ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมถึงการขนส่งทุกรูปแบบ ทางรถ ทางรถไฟ ทางทะเล และทางอากาศ วัตถุที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงต้องดำเนินการตามมาตรฐานที่กำหนด สินค้าอันตรายสามารถทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อมและผู้คนมากมาย ผลกระทบมักเกิดขึ้นกะทันหันและร้ายแรงโดยการระเบิด การเกิดไฟไหม้หรือการเกิดควันพิษ สินค้าอันตรายรวมถึงวัตถุที่คุ้นเคยกันดี เช่น น้ำมันปิโตเลียม เคโรซีน ก๊าซLPG อะเซทิลีน สีบางประเภทและยาฆ่าแมลง กรดและโซดาไฟ โดยทั่วไปแล้ววัตถุดังกล่าวปลอดภัยหากเก็บ ขนส่งและใช้อย่างถูกวิธี ปัญหาจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีอุบัติเหตุซึ่งมักจะทำให้เกิดปัญหาร้ายแรง ระบบการเคลื่อนย้ายวัตถุที่ถูกจำแนกว่าเป็นสินค้าอันตรายที่เป็นสากลนั้นมีขึ้นเกือบห้าสิบปีแล้ว และยังคงใช้งานได้ดี แต่หลังจากนั้นมาในมุมมองของผู้ที่ทำงาน ต้องการให้มีการแยกประเภทอื่นๆด้วย เมื่อจำนวนของสารเคมีมากมายได้หลั่งไหลเข้ามาสู่สถานที่ทำงาน การจำแนกวัตถุอันตรายก็มากตามไปด้วย อาจพูดได้ว่าไม่มีสถานที่ทำงานที่ใดในประเทศที่ปลอดจากวัตถุมีพิษ
ทุกคนในที่ทำงานมีโอกาสที่จะสัมผัสกับวัตถุมีพิษ การที่จะเกิดอันตรายได้นั้น วัตถุมีพิษต้องเข้าสู่ร่างกายหรือสัมผัสกับร่างกาย โดยสามารถเกิดขึ้นได้สามทาง โดยการหายใจ การกลืนกิน หรือการดูดซึมผ่านทางผิวหนัง บางครั้งผลกระทบสามารถเกิดขึ้นได้ในทันที เช่น อาการไหม้จากการสัมผัสกับกรด หรือใช้เวลานาน อย่างโรคมะเร็งที่เกิดจากการการสัมผัสกับสารละลาย ผลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเรียกว่าอาการเฉียบพลัน ผลที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆเรียกว่าอาการเรื้อรัง
หลักการพิจารณาแยกประเภทจากชื่อที่เรียก
การแยกประเภทสินค้าอันตรายสำหรับวัตถุที่ขนส่งเป็นจำนวนมากซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะมีผลกระทบรุนแรงและรวดเร็วต่อผู้คน ทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม
ในทางกลับกัน วัตถุมีพิษถูกใช้ในที่ทำงานส่วนใหญ่อยู่ทุกวัน วัตถุดังกล่าวสามารถทำอันตรายกับผู้คนหากสัมผัสกับร่างกาย ผลกระทบสามารถเกิดขึ้นโดยเฉียบพลันทันทีหรือค่อยๆเกิดขึ้นช้าเป็นเวลานาน ในกรณีที่เป็นอย่างเรื้อรัง การควบคุมสินค้าอันตรายและวัตถุที่เป็นพิษดูเหมือนจะเป็นหน้าที่ของทุกคนในที่ทำงาน อันตรายที่เผชิญนั้นแตกต่างกันไปและไม่สามารถเห็นได้ชัดเสมอไป เป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะและวิธีการในการควบคุมก็ยังคงเป็นปริศนา
ตัวอย่างที่ดีอย่างหนึ่งคือ น้ำมันปิโตรเลียม เมื่อมีการขนส่งน้ำมันไปยังปั๊มน้ำมันโดยรถบรรทุกน้ำมัน น้ำมันถูกระบุว่าเป็นสินค้าอันตราย ต้องมีการทำสัญลักษณ์และคำเตือนที่ถูกต้องไว้ที่รถบรรทุก แต่ถังน้ำมันที่เก็บไว้หลังโรงงานซึ่งจะถูกรินมาใช้กับเครื่องจักรและอุปกรณ์ทีละน้อยเป็นทั้งสินค้าอันตรายและวัตถุมีพิษ
นอกจากสถานที่ตั้งที่ต่างกันแล้ว จำนวนที่แตกต่างก็มีส่วนต่อการจัดการกับอันตรายของโรงงานและปั๊มน้ำมันนั้นเหมือนกัน โดยมีหลักในการระบุความเสี่ยงในการเกิดอันตรายและวิธีการควบคุมความเสี่ยงที่เหมือนกัน การจัดการสารพิษจะต้องครอบคลุมถึงความน่าจะเป็นที่จะเกิดอันตรายทั้งสามประเภท คือ อันตรายทางกายภาพจากการเกิดระเบิดหรือไฟไหม้ ผลกระทบต่อสุขภาพในการสัมผัสและอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมจากการรั่วและกระเด็นของสารพิษทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง รวมทั้งการกำจัดสารพิษที่ไม่เหมาะสม พนักงานต้องจำไว้เสมอถึงสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาในขั้นตอนการบริหารจัดการสารพิษ ไม่จำเป็นว่าวัตถุมีพิษจะเข้ามาให้สถานที่ทำงานในรูปแบบของถัง กระป๋องหรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกซึ่งมีฉลากชัดเจน แต่ยังสามารถเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตได้อีกด้วย
ดังตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในออสเตรเลียตะวันตกคือ คนงานโรงกลั่นเหล้าองุ่นได้จัดเรียงถังไม้โอ๊กที่ใส่ไวน์ในห้องเย็นที่ปิดมิดชิด เขาใช้รถยกที่ใช้ก๊าซ LPG ในการยก โดยทำงานในตอนเช้า 2-3ชั่วโมง รวมถึงใช้เวลาตลอดทั้งบ่าย จนกระทั่งเริ่มมีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ เหนื่อยล้าและอาเจียน เขาต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากพิษของสารคาร์บอนมอนอกไซด์ โดยพบว่ามีสารคาร์บอนมอนอกไซด์ภายในห้องเย็นมากกว่า 550 ppm.
ตามมาตรฐานทั่วไป ในระยะเวลาการทำงาน 8 ชั่วโมงทำงาน สารคาร์บอนมอนอกไซด์ต้องไม่เกิน 30 ppm. ในกรณีนี้ อาจมีการควบคุมการเก็บก๊าซ LPG ซึ่งเป็นสินค้าอันตรายอย่างเพียงพอ แต่ในห้องเย็นไม่มีการควบคุมสารที่เกิดจากการใช้รถยกที่มีก๊าซLPG เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งก็คือ คาร์บอนมอนอกไซด์ ผลก็คือเกิดควันพิษที่มีผลต่อสุขภาพของคนงาน หลังจากพักรักษาตัวในโรงพยาบาลสักพัก ก็ไม่มีอาการเจ็บป่วยอื่นๆอีก ดังนั้น จึงควรมีระเบียบและแนวทางในการควบคุมผลกระทบจากวัตถุมีพิษโดยการดำเนินการจัดการสารพิษตามมาตรฐาน ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้ผลิต ผู้จำหน่ายและผู้ใช้วัตถุมีพิษ การประกาศถึงแนวทางในการแยกประเภท เพื่อให้ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายสามารถแยกได้ว่าสินค้าที่จำหน่ายอยู่นั้นจัดอยู่ในประเภทที่เป็นอันตรายหรือไม่ ซึ่งโดยปกติก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องทำอยู่แล้ว หากพบว่าสินค้าใดถูกจัดเป็นวัตถุมีพิษ ก็เป็นความรับผิดชอบในการที่จะต้องติดฉลากที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังต้องจัดให้มีเอกสารข้อมูลของผลิตภัณฑ์ในจุดที่จำหน่ายสินค้าด้วย เพื่อเป็นการให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้ใช้ในการใช้สินค้าอย่างปลอดภัยIโดยอาจคุ้นเคยกันในชื่อ เอกสารเพื่อความปลอดภัย
ในเอกสารดังกล่าวยังมีการแจ้งถึงมาตรฐานจำนวนของสารเพื่อเป็นการชี้วัดว่าเมื่อสารพิษที่ใช้มีค่าเกินกว่าที่กำหนดก็จะเกิดอันตรายได้ จากตัวอย่างในโรงกลั่นเหล้าองุ่น ปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์ในอากาศเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ดังนั้นจึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
มีการปรับมาตรฐานและโครงร่างของระเบียบเกี่ยวกับวัตถุมีพิษ เนื่องจากการวิจัยและประสบการณ์ในการทำงานให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของวัตถุมีพิษต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น จนถึงเดี๋ยวนี้มีการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานและรายการวัตถุที่กำหนดให้มีการดูแลสุขภาพ ทุกคนในที่ทำงานต้องตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
สินค้าอันตรายไม่ได้มีมาตรฐานเดียวกัน ในปัจจุบัน ได้มีการควบคมโดยกฎหมายและระเบียบ หน่วยงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยควรมีการประกาศมาตรฐานสินค้าอันตรายและเผยแพร่เพื่อให้ประชาชนได้ทราบ เมื่อมีมาตรฐานสินค้าอันตรายและวัตถุมีพิษแล้ว ก็จะช่วยคลายความสับสนของพนักงานเมื่อต้องทำงานกับสินค้าอันตรายและวัตถุมีพิษ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เมื่อมีการใช้มาตรฐานดังกล่าวแล้ว สินค้าอันตรายและวัตถุมีพิษจะต้องได้รับการควบคุมโดยไม่ต้องถามว่าใช้ชื่อเรียกว่าอะไร










