แหล่งรวมข้อมูลวิชาการ หลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
 
ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกจากงานเชื่อมโลหะ
ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้า
การทำงานในสภาพอากาศร้อน
การดูแลรักษาหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
ประเภทของหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ
การระบายอากาศ
การปิดเดินเครื่องเพื่อการซ่อมบำรุง
ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า
ป้ายและเครื่องหมายแสดงอันตราย
ความปลอดภัยในสำนักงาน
Office safety
Warehouse Safety
ใบกำกับการขนส่งขยะอันตราย (แบบ กนอ.ขอ.03)
ใบกำกับการขนส่งขยะมูลฝอย (แบบ กนอ.ขฝ.03)
แบบตรวจสอบการให้บริการทางการแพทย์และการปฐมพยาบาล
แบบตรวจสอบการฆ่าเชื้อผ้าและอุปกรณ์
vdomenu
ใช้เครื่องดับเพลิงให้ถูกกับประเภทของไฟ
ทำไมต้องใส่ seat belt
วิธีการใช้เครื่องดับเพลิงมือถือ
ผู้ช่วยผู้จัดการตกจากพัลเลทรถโฟล์คลิฟท์เสียชีวิต
ผู้ช่วยผู้จัดการคลังสินค้าของศูนย์บริการ...
การระเบิดที่เกิดจากการเชื่อมถังน้ำมัน
การระเบิดมักจะนำไปสู่การบาดเจ็บที่รุนแรง...
ไฟไหม้จากการใช้ท่อไฮดรอลิกที่ทำจากโลหะใกล้กับสายไฟ
เกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อมีกา...
พนักงานเสียชีวิตในถังผสม(Mixer Tank)
พนักงานคุมเครื่องผสมเสียหลัก พลัดตกลงไปใ...
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
 

จป.หัวหน้างาน กุญแจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
บทความทั่วไป : อัพเดทเมื่อศุกร์ ที่ 16 เดือน มีนาคม พ.ศ.2555 เข้าชม : 583
จป.หัวหน้างาน กุญแจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ
 
   จป.หัวหน้างาน กุญแจสำคัญของการลดอุบัติเหตุ   
 
อุบัติเหตุและโรคจากการทำงานในสถานประกอบกิจการเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ลูกจ้างต้องพิการ ทุพพลภาพ เป็นโรค หรือตาย  ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุ หรือการสะสมสารพิษในขณะทำงาน  ซึ่งปัญหาต่างๆเหล่านี้มีแนวโน้มสูงขึ้น  ทำให้เกิดความเสียหาย และสูญเสียตั้งแต่ตัวลูกจ้าง นายจ้าง จนถึงส่วนรวมของประเทศ

ในปัจจุบันพบว่า ปัญหาเหล่านี้จะต้องได้รับความร่วมมือทั้งจากนายจ้าง และลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ  มีกฎหมายกำหนดให้นายจ้างแต่งตั้งผู้ดูแลรับผิดชอบด้านความปลอดภัย ตั้งแต่ระดับบริหาร และหัวหน้างาน  โดยให้ผู้บริหารได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับผู้บริหาร  และให้หัวหน้างานได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน  ทำหน้าที่ดูแลป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงานให้กับลูกจ้าง

            จะกล่าวได้ว่า ผู้ที่ดูแลใกล้ชิดลูกจ้างที่ทำงานในแต่ละวัน ก็คือ หัวหน้างาน และผู้ที่จะดูแลและป้องกันลูกจ้างให้ปลอดภัยจากการเกิดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงานได้ดีที่สุดและสำคัญที่สุด คือ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน

            ดังนั้น การที่จะทำให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงานลดลง  หัวหน้างานจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยในเรื่องปัญหาความไม่ปลอดภัยได้   หากหัวหน้างานตระหนักในเรื่องนี้ และใส่ใจที่จะเอาใจใส่ลูกจ้างโดยดูแลสภาพแวดล้อมการทำงานอย่างจริงจัง  และอย่างใกล้ชิด  คอยอบรมสอนแนะนำลูกจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ทราบถึงอันตรายใยงานที่ลูกจ้างกำลังทำ และสอนวิธีทำงานอย่างปลอดภัย  ควบคุมดูแลจนกระทั่งลูกจ้างเข้าใจและสามารถทำงานได้อย่างถูกวิธี  ถ้าทุกสถานประกอบกิจการมีหัวหน้างานที่ปฏิบัติได้เช่นนี้  เชื่อว่าอุบัติเหตุหรือการเกิดโรคจากการทำงานของลูกจ้างจะสามารถควบคุมได้  และจำนวนสถิติการเกิดปัญหาในเรื่องนี้ก็จะลดลง

            แต่ทั้งนี้ การที่จะทำให้หัวหน้างานมีความรู้ และเกิดความตระหนักสนใจเรื่องความปลอดภัยอย่างไร  ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการกำหนดให้นายจ้างแต่งตั้งลูกจ้างระดับหัวหน้างานเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน  และต้องได้รับการอบรมในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง  จึงจะมีคุณสมบัติเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน  โดยจะต้องมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบดังนี้

  1. กำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติงานอยู่เป็นประจำด้วยความปลอดภัย  หน้าที่นี้ถือเป็นหน้าที่หลักของหัวหน้างาน  เพราะลูกน้องที่อยู่ในความดูแลควรจะได้ทำงานอย่างปลอดภัย  และมีความสุขกับการทำงาน  เมื่อทำงานเสร็จในแต่ละวัน  ลูกน้องจะต้องมีอวัยวะอยู่ครบ  และไม่มีสารพิษสะสมในร่างกายหรือติดตัวกลับไปแพร่กระจายสู่คนในครอบครัว
  2. หัวหน้างานควรจะศึกษากฎระเบียบ ข้อบังคับในการทำงานอย่างปลอดภัยที่หน่วยงานกำหนดไว้  เพื่อนำไปกำกับดูแลและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง   ในการทำงานสถานประกอบกิจการโดยเฉพาะในแต่ละหน่วยงานที่หัวหน้างานดูแลอยู่จะต้องมีกฎระเบียบข้อบังคับเพื่อให้มีการปฏิบัติงานแต่ละอย่างด้วยความปลอดภัย  หัวหน้างานจะต้องรู้ขั้นตอนของงานที่ตนเองควบคุมดูแล และต้องมีส่วนร่วมสร้างกฎระเบียบข้อบังคับของแต่ละงาน   โดยการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย(Job Safety Analysis)
  3. หัวหน้างานจะต้องมีการอบรมพนักงานผู้ใต้บังคับบัญชารวมถึงพนักงานที่เข้าทำงานในหน้าที่ใหม่ให้ทราบถึงข้อปฏิบัติในการทำงานอย่างปลอดภัย  เพราะพนักงานใหม่มักจะยังไม่คุ้นเคยกับงาน  จึงมักเกิดอุบัติเหตุขึ้นในระยะแรก  หัวหน้างานจึงต้องมีหน้าที่ในการฝึกฝนอบรมจนพนักงานเกิดความชำนาญ และปฏิบัติได้อย่างถูกต้องปลอดภัย  และคอยเฝ้าสังเกตการทำงาน  หากพบความผิดพลาดในขั้นตอนใดต้องคอยแนะนำให้ทำงานให้ถูกต้อง
  4. จะต้องมีการตรวจตราความปลอดภัย  มีการแก้ไข ปรับปรุง ซ่อมบำรุง ติดตามผลเพื่อให้ที่ทำงานมีความสะอาดและปลอดภัย
  5. หัวหน้างานต้องดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน  มีการปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องทันท่วงที  โดยการกำหนดแผนและขั้นตอนการปฏิบัติการอย่างชัดเจน  กรณีการเกิดการประสบอันตรายของลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชา
  6. เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือการประสบอันตราย  หัวหน้างานจะต้องมีการสอบสวน  เพื่อหาสาเหตุและวิธีควบคุมป้องกัน  เพื่อมิให้เกิดซ้ำขึ้นอีก
  7. หัวหน้างานจะต้องให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบการ และหน่วยงานความปลอดภัย  ในการดำเนินกิจกรรมความปลอดภัยต่างๆที่มีการกำหนดขึ้น
  8. หัวหน้างานควรจะได้มีการพบปะสนทนาเรื่องความปลอดภัยในการทำงานกับลูกน้อง  เพื่อให้มีการเสนอความคิดเห็นและแนวทางแก้ไข  อาจเป็นการพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติงานเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้น
  9. ดูแลให้ลูกจ้างมีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยที่เหมาะสมกับงานที่ลูกจ้างควรเลือกใช้ 

            หากหัวหน้างานได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ  ก็จะแน่ใจได้ว่าการเกิดอุบัติเหตุหรือการประสบอันตรายก็จะสามารถควบคุมได้ และลูกจ้างก็จะทำงานได้อย่างปลอดภัย

 

                                                                             โดย..คุณมานพ  ชาญธวัชชัย

                                                                                    Executive Consultant


 
 
บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด : เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445 / 081-819-4332 โทรสาร : 02-511-3903 ต่อ 102 E-mail : webmaster@shethai.com